ชื่อเรื่องวิทยานิพนธ์ การพัฒนาชุดฝึกอบรมเกี่ยวกับพืชสมุนไพรที่ใช้ในงานสาธารณสุขมูลฐานของ
อาสาสมัครสาธารณสุขตำบลหนองบัว อำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์
The Development of the training package on herbal plant used in basic Public
Health Volunteers in Tumbon Nongbua, Nongbua district, Nakorn Sawan
Provinc
ชื่อนักศึกษา นางเรณู เพ็ชรรัตน์, Mrs.Renu Phetcharat
หลักสูตร วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต
สาขาวิชา สิ่งแวดล้อมศึกษา
บทคัดย่อ
การศึกษาวิจัยฉบับนี้มีความมุ่งหมายเพื่อพัฒนาชุดฝึกอบรมเกี่ยวกับพืชสมุนไพรที่ใช้ในงานสาธารณสุขมูลฐานห้าชนิด ได้แก่ ขมิ้นชัน ชุมเห็ดเทศ ว่านหางจระเข้ เสลดพังพอนฟ้าทะลายโจร และเพื่อวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของอาสาสมัครสาธารณสุขเกี่ยวกับพืชสมุนไพรที่ใช้ในงานสาธารณสุขมูลฐานทั้งห้าชนิด ประชากรที่ใช้ในการศึกษา คือ อาสาสมัครสาธารณสุขเขตพื้นที่สถานีอนามัยบ้านหนองไผ่และสถานีอนามัยบ้านคลองกำลัง ตำบลหนองบัว อำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์ ที่ผ่านการอบรมหลักสูตร อาสาสมัครสาธารณสุขของกระทรวงสาธารณสุข ปี 2542 จำนวน 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็นชุดฝึกอบรมเกี่ยวกับพืชสมุนไพรที่ใช้ในงานสาธารณสุขมูลฐานห้าชนิด และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเกี่ยวกับพืชสมุนไพรที่ใช้ในงานสาธารณสุขมูลฐาน 5 ชนิด แบบเลือกตอบสี่ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ สถิติที่ใช้ใน การวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการศึกษาสำคัญสรุปได้ ดังนี้
1. ชุดฝึกอบรมเกี่ยวกับพืชสมุนไพรที่ใช้ในงานสาธารณสุขมูลฐานห้าชนิด ได้แก่ ขมิ้นชัน ชุมเห็ดเทศ ว่านหางจระเข้ เสลดพังพอนและฟ้าทะลายโจร มีค่าประสิทธิภาพ 81.78/84.33 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ 80/80
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการฝึกอบรมก่อนและหลังการฝึกอบรมของอาสาสมัครสาธารณสุขเกี่ยวกับสมุนไพรห้าชนิด มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
Abstract
The purposes of this research were to develop the training package on 5 varieties of used in basic Public health, including tumeric, ringworm bush, aloe, barleria lupulina and kariyat plants, and to measure the learning achievement of public health volunteers are the 5 herbs used in basic Public health. The population used in this research included 30 public health volunteers, within the coverage area of Ban Nong Phai and Ban Klong Kamlang Public Health Station, Nongbua subdistrict, Nongbua district, Nakhon Sawan Province, who had attended the training for public health volunteers program of the Ministry of Public Health in B.E 2542 [1999 A.D] The instruments used for this research were the training package on the 5 herbs used in basic Public health, and the achievement test with 4 options and 30 items. The statistics used for analyzing the data were percentage, means, and standard deviation. The main research findings were summarized as follows
1. The training package on the 5 herbs including tumeric, ringworm bush, aloe, barleria lupulinaand and kariyat plants had the efficiency [E1/E2] 81.78/84.33, higher than the setcriteria 80/80
2. The learning achievement of the public health volunteers of the test on the 5 herbs used in basic Public health before the training was statistically significant difference at the .05 level.
ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
เนื่องจากความเจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ รวมทั้งมีการบริการ
สาธารณสุข ที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ โครงการรักษาฟรีทุกกลุ่มอายุของรัฐบาล และการบริการที่ทันสมัยทำให้ประชาชนเข้าถึงการบริการได้สะดวก รวดเร็ว จึงมีการบริโภคยาที่ผลิตจากสารสังเคราะห์กันอย่างเกินความจำเป็นจนเกิดการดื้อยาและอันตรายจากพิษสะสมของยาตามมาและการพัฒนาที่เน้นบทบาทของเทคโนโลยีทางการแพทย์แผนใหม่เป็นผลให้ต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายในการรักษามากขึ้น(แผนพัฒนาการสาธารณสุขแห่งชาติ. 2546 : 5) จะเห็นได้จากสถิติของกองควบคุมยา กระทรวงสาธารณสุขในช่วงระยะเวลา 20 ปี พบว่า ปี พ.ศ. 2530 อัตราการผลิตยาในประเทศ เท่ากับ 5,145.75 ล้านบาท การนำเข้าจากต่างประเทศ เท่ากับ 2,325.43 ล้านบาท ในปี พ.ศ.2540 อัตราการผลิตยาในประเทศ เท่ากับ 19,591.554 ล้านบาท การนำเข้าจากต่างประเทศเท่ากับ 13,375.565 ล้านบาท ในปี พ.ศ. 2550 อัตราการผลิตยาในประเทศ เท่ากับ 47,543.575 ล้านบาท การนำเข้าจากต่างประเทศ เท่ากับ 52,998.901
(กองควบคุมยา. [On -line] 15 Oct. 2008)
จากการเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แสดงว่ามีการใช้ยาสูงขึ้นในทุกปีนับว่าเป็นปัญหาระดับประเทศที่ต้องแก้ไข โดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุขที่จะต้องหาวิธีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของประชาชน ให้หันมาพึ่งการใช้ยาที่ผลิตในประเทศไทย และจากพืชสมุนไพรที่มีอยู่ตามท้องถิ่น หาได้ง่าย มีราคาถูกมากกว่าและมีความปลอดภัยของยาสูงกว่ายาที่ผลิตจากสารเคมี (สุมนต์ทิพย์ คงตัน. 2548 : 94) การที่จะให้ประชาชนปรับลดพฤติกรรมการบริโภคยาที่ผลิตจากสารเคมีมาเป็นยาที่ผลิตจากธรรมชาติหรือสมุนไพรนั้น ประชาชนต้องมีความรู้และมีความมั่นใจในประสิทธิภาพของพืชสมุนไพร และต้องมีต้นแบบที่ดี ต้นแบบในที่นี้คือ อาสาสมัครสาธารณสุขหรือ อสม. ซึ่งอาจสรุปได้ว่าประชาชนจะมีความรู้และทักษะในการดำเนินชีวิตและสุขภาพอย่างไรส่วนหนึ่งเกิดจากการถ่ายทอดความรู้และ
แนวทางการปฏิบัติจาก อสม. นั่นเอง (สำนักงานคณะกรรมการสาธารณสุขมูลฐาน. 2540 : 58)
อสม. อำเภอหนองบัว มีทั้งหมด 766 คน จาก 107 หมู่บ้าน 9 ตำบล 1 เทศบาล จากการสำรวจการใช้พืชสมุนไพรในชีวิตประจำวัน ของ อสม. เขตพื้นที่สถานีอนามัยบ้านคลองกำลัง ตำบลหนองบัว อำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์ จำนวน 30 คน พบว่าจำนวน 20 คน ไม่เคยใช้พืชสมุนไพรในการรักษาโรคในชีวิตประจำวันคิดเป็นร้อยละ 66.66 จำนวน 6 คน เคยใช้เป็นบางครั้ง คิดเป็นร้อยละ 2และจำนวน 4 คน เคยใช้เป็นประจำ คิดเป็นร้อยละ 13.33
จากสภาพปัญหาและความสำคัญดังกล่าวข้างต้น ผู้วิจัยมีความสนใจที่จะพัฒนาชุดฝึกอบรมเกี่ยวกับพืชสมุนไพรที่ใช้ในงานสาธารณสุขมูลฐานของอาสาสมัครสาธารณสุข ทั้งนี้เพื่อตอบสนองต่อนโยบายของรัฐบาลและเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีความรู้เกี่ยวกับพืชสมุนไพรที่ใช้ในงานสาธารณสุขมูลฐาน ให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของท้องถิ่นโดยการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและภูมิปัญญาท้องถิ่น นโยบายขององค์การอนามัยโลกและสาธารณสุขมูลฐานของไทยในการฟื้นฟูการใช้สมุนไพรเพื่อการพึ่งพาตนเอง และเนื่องจากสมุนไพรเป็นทรัพยากรที่มีมากในท้องถิ่น แต่ประชาชนยังขาดความรู้ ความเข้าใจ ไม่เห็นคุณค่าและประโยชน์ที่จะนำมาใช้เพื่อบำบัดอาการเจ็บป่วยเบื้องต้น อีกทั้งสมุนไพรยังมีความปลอดภัยสูงเกิดพิษและผลข้างเคียงน้อย
วัตถุประสงค์ของการวิจัย
1. เพื่อพัฒนาชุดฝึกอบรมเกี่ยวกับพืชสมุนไพรที่ใช้ในงานสาธารณสุขมูลฐาน 5 ชนิด คือ ขมิ้นชัน ชุมเห็ดเทศ ว่านหางจระเข้ เสลดพังพอนและฟ้าทะลายโจรของอาสาสมัครสาธารณสุข
2. เพื่อวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเกี่ยวกับพืชสมุนไพรที่ใช้ในงานสาธารณสุขมูลฐาน 5 ชนิด ได้แก่ ขมิ้นชัน ชุมเห็ดเทศ ว่านหางจระเข้ เสลดพังพอนและฟ้าทะลายโจร ของอาสาสมัครสาธารณสุข
ขอบเขตของการศึกษาค้นคว้า
1. ขอบเขตด้านประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
1.1 ประชากร ที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาอาสาสมัครสาธารณสุข ที่ปฏิบัติงานอยู่ในเขตพื้นที่สถานีอนามัยบ้านคลองกำลังและสถานีอนามัยบ้านหนองไผ่ ตำบลหนองบัว อำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์ จาก 13 หมู่บ้าน จำนวนทั้งหมด 86 คน จากสถานีอนามัยบ้านคลองกำลังจำนวน 30 คนและสถานีอนามัยบ้านหนองไผ่จำนวน 56 คน
1.2 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาอาสาสมัครสาธารณสุข ที่ปฏิบัติงานอยู่ในเขตพื้นที่สถานีอนามัยบ้านคลองกำลังและสถานีอนามัยบ้านหนองไผ่ ตำบลหนองบัว อำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์ ทั้งหมดจำนวน 30 คน
2. ขอบเขตด้านเนื้อหา ชุดฝึกอบรมที่ทำให้เกิดความรู้เกี่ยวกับพืชสมุนไพรที่ใช้ในงานสาธารณสุขมูลฐานของอาสาสมัครสาธารณสุข โดยอบรมเกี่ยวกับพืชสมุนไพรที่ใช้ในงานสาธารณสุขมูลฐาน 5 ชนิด ได้แก่ ขมิ้นชัน ชุมเห็ดเทศ ว่านหางจระเข้ เสลดพังพอน ฟ้าทะลายโจร
กรอบแนวคิดที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า
ตัวแปรอิสระ
1. การเรียนจากชุดฝึกอบรมเกี่ยวกับพืชสมุนไพรที่ใช้ในงานสาธารณสุขมูลฐาน 5 ชนิด ได้แก่ 1. ขมิ้นชัน 2. ชุมเห็ดเทศ 3. ว่านหางจระเข้ 4. เสลดพังพอน 5. ฟ้าทะลายโจร
ความรู้ที่ได้จากการฝึกอบรมสมุนไพร 5 ชนิดได้แก่ 1. ขมิ้นชัน 2. ชุมเห็ดเทศ 3. ว่านหางจระเข้ 4. เสลดพังพอน 5. ฟ้าทะลายโจร
วิธีดำเนินการวิจัย
การวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัย เชิงทดลอง (Experimental research)
ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
ประชากร
ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาอาสาสมัครสาธารณสุข ที่ปฏิบัติงานอยู่ในเขตพื้นที่สถานีอนามัยบ้านคลองกำลังและสถานีอนามัยบ้านหนองไผ่ ตำบลหนองบัว อำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์ จาก 13 หมู่บ้าน จำนวนทั้งหมด 86 คน จากสถานีอนามัยบ้านคลองกำลังจำนวน 30 คนและสถานีอนามัยบ้านหนองไผ่จำนวน 56 คน
กลุ่มตัวอย่าง
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นกลุ่มที่สุ่มมาจากอาสาสมัครสาธารณสุข จาก 2 สถานีอนามัย คือสถานีอนามัยบ้านคลองกำลังและสถานีอนามัยบ้านหนองไผ่ ตำบลหนองบัว อำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์ จำนวนทั้งหมด 30 คน ได้มาโดยการสุ่มอย่างง่ายด้วยวิธีจับฉลาก 2 ครั้ง สุ่มครั้งที่ 1โดยจับฉลาก หมู่ละ 2 คน จาก 13 หมู่บ้าน รวมเป็น 26 คน ครั้งที่ 2 สุ่มมา 4 หมู่บ้าน และสุ่มมาหมู่บ้านละ 1 คน จาก 4 หมู่บ้าน โดยคนไม่ซ้ำกับการสุ่มครั้งที่ 1
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ประกอบด้วย
ชุดฝึกอบรม หมายถึง แผนการจัดการเรียนรู้เกี่ยวกับพืชสมุนไพรที่ใช้ในงานสาธารณสุขมูลฐาน 5 ชนิด ได้แก่ ขมิ้นชัน ชุมเห็ดเทศ ว่านหางจระเข้ เสลดพังพอนและฟ้าทะลายโจร ซึ่งมีเนื้อหาสาระของพืชสมุนไพรที่ใช้ในงานสาธารณสุขมูลฐาน ประกอบด้วยลักษณะทางพฤกษศาสตร์ การปลูก ส่วนที่ใช้ประโยชน์ รสและสรรพคุณยาไทย
ระยะเวลาที่เก็บ การเตรียมสมุนไพรแบบง่ายและวิธีการใช้
แบบทดสอบ หมายถึง แบบวัดความรู้ ที่สร้างขึ้นจากการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินความรู้ก่อนและหลังการอบรม แบบทดสอบเกี่ยวกับพืชสมุนไพรที่ใช้ในงานสาธารณสุขมูลฐาน เป็นข้อมูลเกี่ยวกับพืชสมุนไพร 5 ชนิด โดยแบบวัดความรู้ครอบคลุมเนื้อหาสาระได้แก่ ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ การปลูก ส่วนที่ใช้ประโยชน์ รสและสรรพคุณยาไทย ระยะเวลาที่เก็บ การเตรียมสมุนไพรแบบง่ายและวิธีการใช้ ข้อคำถาม 30 ข้อ แบบ 4 ตัวเลือก
การเก็บรวบรวมข้อมูล
การวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตนเอง ในระยะเวลาตั้งแต่เดือน กันยายน – ตุลาคม 2552
การวิเคราะห์ข้อมูล
การวิเคราะห์ข้อมูลครั้งนี้ใช้วิธีทางสถิติ คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ความแปรปรวน สถิติใช้หาค่าคุณภาพเครื่องมือ สถิติใช้หาค่าคุณภาพของชุดฝึกอบรม ได้แก่ ดัชนีความสอดคล้อง หาค่าความเที่ยงตรงของชุดฝึกอบรม ค่าความเชื่อมั่นชุดฝึกอบรม โดยใช้เกณฑ์ E 1 / E 2 และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์การฝึกอบรม ได้แก่ หาค่าความยากง่าย ค่าความเที่ยงของแบบทดสอบ สถิติที่ใช้ทดสอบสมมุติฐานใช้ t – test โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป
ผลการวิจัยพบว่า
1. ชุดฝึกอบรมเกี่ยวกับพืชสมุนไพรที่ใช้ในงานสาธารณสุขมูลฐาน แต่ละชนิดได้ค่าประสิทธิภาพ 81.78/84.33 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ 80/80 ตามที่กำหนดไว้ในสมมติฐานของการวิจัย
2. การวัดผลสัมฤทธิ์ก่อนและหลังการฝึกอบรมเท่ากับ 56.44/ 84.33
3. การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ ก่อนและหลังการฝึกอบรม มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
อภิปรายผล
การศึกษาครั้งนี้ มีความมุ่งหมาย เพื่อพัฒนาชุดฝึกอบรมเกี่ยวกับพืชสมุนไพรที่ใช้ในงานสาธารณสุขมูลฐานของอาสาสมัครสาธารณสุขตำบลหนองบัว อำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์ และเพื่อวัดผลสัมฤทธิ์ของการฝึกอบรมของอาสาสมัครสาธารณสุข โดยใช้ชุดฝึกอบรม เกี่ยวกับพืชสมุนไพรที่ใช้ในงานสาธารณสุขมูลฐาน จากการศึกษาค้นคว้า สามารถอภิปรายผล ได้ดังนี้
1. ชุดฝึกอบรมเกี่ยวกับพืชสมุนไพรที่ใช้ในงานสาธารณสุขมูลฐาน 5 ชนิด ของอาสาสมัครสาธารณสุขตำบลหนองบัว อำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์ ที่พัฒนาขึ้น มีประสิทธิภาพ 81.78 / 84.33 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ 80 / 80 ที่กำหนดและมีความเหมาะสมที่จะนำไปฝึกอบรมได้ ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาของงานวิจัยดังต่อไปนี้
สอดคล้องกับการศึกษาของงานวิจัยของ
นุจรินทร์ สิทธิเลิศประสิทธิ์ (2550 : 102) ทำการวิจัยเรื่องการพัฒนาชุดการเรียนการสอน เรื่องธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสำหรับนักเรียน พบว่าชุดการเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพ 84.25/82.75 เป็นไปตามเกณฑ์ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
สอดคล้องกับการศึกษาของงานวิจัยของ
พร อรัญเวทย์ (2550 : 96) ได้ทำการศึกษาการ
พัฒนาชุดฝึกอบรมสมุนไพรพื้นบ้านของแกนนำสุขภาพประจำประจำครอบครัว ผลการศึกษาคือ ชุดฝึกอบรมมีค่าประสิทธิภาพเป็นไปตามเกณฑ์ 82.48/84.68 เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังการฝึกอบรม แตกต่างกัน
สอดคล้องกับการศึกษางานวิจัยของพูนศิริ ศรีโพธิ์เผือก (2551 : 104) ได้ทำการศึกษาค้นคว้าการพัฒนาชุดการสอน เรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมสำหรับนักเรียน ผลการศึกษาพบว่า ชุดการสอน มีประสิทธิภาพ 81.26/84.11 และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของอาสาสมัครสาธารณสุขเกี่ยวกับพืชสมุนไพรที่ใช้ในงานสาธารณสุขมูลฐานหลังฝึกอบรมสูงกว่าก่อนฝึกอบรม
อาจเป็นเพราะอาสาสมัครสาธารณสุขได้รับความรู้และวิธีการในการใช้พืชสมุนไพรที่ใช้ในงานสาธารณสุขมูลฐาน มากขึ้นจากชุดฝึกอบรม และกิจกรรมการเรียนการสอนเน้นให้อาสาสมัครสาธารณสุข มีความรู้ในระดับนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวันได้ กระตุ้นให้อาสาสมัครสาธารณสุข นำความรู้เดิมที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีอยู่แล้วในชุมชนมาประยุกต์ใช้ ทำให้เห็นประโยชน์ของพืชสมุนไพรที่ใช้ในงานสาธารณสุขมูลฐานทางด้าน สรรพคุณทางยา การปลูก ระยะเวลาที่เก็บมาทำยา การเตรียมยาสมุนไพรอย่างง่ายและวิธีใช้ รู้จักการแปรรูปสมุนไพรให้รับประทานได้ง่ายมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษางานวิจัยดังต่อไปนี้
สอดคล้องกับการศึกษางานวิจัยของศักดิ์ชาย อุปศักดิ์. (2547 : 40) ได้ศึกษาการพัฒนาชุดฝึกอบรมสำหรับครูระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผลการวิจัยพบว่า ผลสัมฤทธิ์ของชุดฝึกอบรมมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
สอดคล้องกับการศึกษาของงานวิจัยของพร อรัญเวทย์ (2550 : 96) ได้ศึกษาการพัฒนาชุดฝึกอบรมสมุนไพรพื้นบ้าของแกนนำสุขภาพประจำครอบครัว ผลการศึกษาคือ ชุดฝึกอบรม
มีค่าประสิทธิภาพเป็นไปตามเกณฑ์ 82.48/84.68เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังการฝึกอบรม แตกต่างกัน สอดคล้องกับการศึกษางานวิจัยของพูนศิริ ศรีโพธิ์เผือก (2551 : 104) ได้ศึกษาค้นคว้าการพัฒนาชุดการสอน เรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมสำหรับนักเรียน ผลการศึกษาคือชุดการสอน
มีประสิทธิภาพ 81.26/84.11 และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
3. การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ ก่อนและหลังการฝึกอบรม มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
ข้อเสนอแนะ
ข้อเสนอแนะทั่วไป
1. จากการพัฒนาชุดฝึกอบรมเกี่ยวกับพืช
สมุนไพรที่ใช้ในงานสาธารณสุขมูลฐาน 5 ชนิด พบว่าการสอนโดยใช้ชุดฝึกอบรม ส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดความรู้ ความเข้าใจ ในระยะเวลาสั้น ซึ่งสามารถนำไปแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันได้ ควรส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาชุดฝึกอบรม เพื่อใช้เป็นสื่อการเรียนการสอนในกลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุข ในตำบลอื่น ๆ ต่อไปได้
2. ควรมีกิจกรรม แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อค้นหาภูมิปัญญาท้องถิ่นในชุมชนนั้นและนำ
ภูมิปัญญาท้องถิ่นมาผนวกเข้ากับหลักสูตรหรือ
ชุดฝึกอบรม โดยเน้นการมีส่วนร่วมเพื่อให้ประชาชน
มั่นใจ และปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้องตามวิถีของชุมชน
3. ควรมีสื่อการสอนที่เข้าใจง่ายและชัดเจน นอกจากคู่มือพืชสมุนไพร แล้วควรมีสื่อการสอนทั้งภาพและเสียง เพื่อให้ประชาชนเข้าใจในขั้นตอนการปฏิบัติได้
4. ควรมีการนำอาสาสมัครสาธารณสุขไปศึกษาดูงานในสถานที่ที่มีการปลูก การผลิตการแปรรูป ยาสมุนไพรที่ใช้ในการรักษาโรคที่ทันสมัย
5. ควรมีการจัดตั้งองค์กรเครือข่ายพืชสมุนไพรในชุมชน หรือปราชญ์ชาวบ้านเพื่อนำ
องค์ความรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับพืชสมุนไพร แนะนำบุคคลในชุมชนได้
6. ควรส่งเสริมให้ประชาชนปลูกและใช้พืชสมุนไพรในครัวเรือน เพื่อลดอันตรายากสารเคมีสะสมจากการใช้ยาแผนปัจจุบันเกินความจำเป็น
ข้อเสนอแนะสำหรับการทำวิจัย
1. ควรสัมมนาอาสาสมัครสาธารณสุขเพื่อทราบความคิดเห็นเกี่ยวกับชุดฝึกอบรมเกี่ยวกับพืชสมุนไพรที่ใช้ในงานสาธารณสุขมูลฐาน
2. ควรศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับพืชสมุนไพรอื่น ๆ ที่หาง่ายและมีอยู่ในชุมชน เช่น มะขามแขกบอระเพ็ด ยอ มะระขี้นก มะแว้ง มะขามป้อม มะรุม เป็นต้น
3. ควรศึกษาการใช้พืชสมุนไพร ในภาคต่าง ๆ เพราะการปลูกใช้ยาแต่ละภาคต่างกัน ขั้นตอนการใช้พืชสมุนไพรต่างกันด้วย
4. ควรศึกษาเพิ่มเติม เกี่ยวกับการแปรรูปที่ทันสมัย และนำไปใช้ที่ถูกต้อง ทั้งทางยาและ
อาหาร เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสุขภาพของประชาชน
บรรณานุกรม
กระทรวงสาธารณสุข. (2546). แผนพัฒนาการสาธารณสุขแห่งชาติในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่
9 (พ.ศ. 2545 - 2549). พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ : องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก.
กองควบคุมยา. [ออน-ไลน์]. (2008). แหล่งที่มา :
http://wwwapp1.fda.moph.go.th/drug/zone_search/files/sea001_001.asp
นุจรินทร์ สิทธิเลิศประสิทธิ์. (2550). การพัฒนาชุดการเรียนการสอนเรื่องธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. ปริญญา นิพนธ์ กศ.ม. (การมัธยมศึกษา) คณะศึกษาศาสตร์. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
พูนศิริ ศรีโพธิ์เผือก. (2551). การพัฒนาชุดการสอน เรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม. การศึกษาค้นคว้าอิสระ
วท.ม. มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
พร อรัญเวทย์. (2550). การฝึกอบรมสมุนไพรพื้นบ้านของแกนนำสุขภาพประจำครอบครัวตำบลโคกสะอาด
อำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์. การศึกษาค้นคว้าอิสระ วท.ม. มหาสารคาม : มหาวิทยาลัย
มหาสารคาม.
ศักดิ์ชาย อุปศักดิ์. (2547). การพัฒนาชุดฝึกอบรมสำหรับครูระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานเขตพื้นที่การศึกษาอุดรธานี
เขต 2. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชาหลักสูตรและการสอน.
มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
สำนักงานคณะกรรมการสาธารณสุขมูลฐาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. (2540). รายงานเบื้องต้น
การประเมินผลโครงการเร่งรัดพัฒนาสาธารณสุขโดยกลวิธีสาธารณสุขมูลฐานเพื่อบรรลุสุขภาพดี
ถ้วนหน้า. นครสวรรค์ : สี่แควการพิมพ์.
สุมณทิพย์ คงตัน. (2548). สมุนไพรยาไทยที่ควรรู้. วารสารวิทยาศาสตร์ประยุกต์. ปีที่ 4 ฉบับที่ 2. กรุงเทพฯ.


หน้าแรก
ข้อมูลทั่วไป
เครือข่าย รพ.สต.>>
บุคลากร>>
ติดต่อเรา
นโยบายรัฐฯด้านส.ธ.
เบิกค่ารักษาพยาบาล
มะเร็งปากมดลูก53
ใบเบิกค่าเล่าเรียน
ข่าวนครสวรรค์
คัดกรอง NCD>>
ข้อมูลโรคเฝ้าระวัง
ร.ร.ส่งเสริมสุขภาพ
รายงานพลังงาน
ตรวจสอบสิทธิ์
นวัตกรรมสุขภาพ
งานวิจัยสาธารณสุข
ทดสอบความเร็วเน็ต
ตำนานปากน้ำโพ
สนง.ประสาน รพ.สต.
ข่าวสารJHCIS>>
ซื้อ,จ้างภาครัฐ( e-GP)
สถิติโลกน่าสนใจ
รับ - ส่ง email
พยากรณ์อากาศ
สอบถามระยะทาง
ค้นงานวิจัย
ตรวจหวยทุกชนิด
รายงานโรค(506)