การบริหารจัดการน้ำเสียจากโรงอาหารในสถานศึกษา
ดร. สนอง ทองปาน*
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีความมุ่งหมายเพื่อศึกษาประสิทธิภาพของระบบบำบัดน้ำเสียที่เหมาะสมสำหรับโรงเรียนขยายโอกาสสังกัดกรุงเทพมหานครตามค่าพารามิเตอร์ 5 ค่า และเพื่อศึกษาประสิทธิภาพของบทปฏิบัติการเรื่องการบำบัดน้ำเสีย
ในการศึกษาตามความมุ่งหมายดังกล่าว ผู้วิจัยได้สร้างระบบบำบัดน้ำเสียขึ้นในพื้นที่ของโรง
อาหารในโรงเรียนวัดปุรณาวาส กรุงเทพมหานคร ระบบบำบัดฯ.ที่สร้างขึ้นสามารถบำบัดน้ำเสียได้วันละประมาณ 23.8 ลบ.ม. ผู้วิจัยได้ใช้ระบบบำบัดฯ. ดังกล่าวทดลองบำบัดน้ำเสียจากโรงอาหารโรงเรียนวัดปุรณาวาส ในระหว่าง วันที่ 5 กุมภาพันธุ์ 2550 ถึง วันที่ 3 มีนาคม 2550
ผลการศึกษาพบว่า คุณภาพของน้ำที่ผ่านการบำบัดมีค่าเฉลี่ยตามค่าพารามิเตอร์ที่ศึกษาคือ ค่าพีเอช ค่าบีโอดี ค่าซีโอดี ปริมาณสารแขวนลอย และน้ำมันและไขมัน เท่ากับ 7.40, 12.45 mg/l, 72.63 mg/l, 25.75 mg/l และ 7.64 mg/lตามลำดับ ค่าดังกล่าวเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดโดยกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม 2537
ประสิทธิภาพของบทปฏิบัติการเรื่องการบำบัดน้ำเสียมีค่า IC เท่ากับ 0.70 ซึ่งมีค่าสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ที่ 0.50
คำสำคัญ : ระบบบำบัดน้ำเสียสำหรับสถานศึกษา ; ระบบบำบัดน้ำเสียสำหรับโรงอาหาร ; แหล่งเรียนรู้เรื่องการบำบัดน้ำเสีย
* อาจารย์ สาขาวิชาการมัธยมศึกษา กลุ่มการสอนสิ่งแวดล้อม คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรี
นครินทรวิโรฒ
งานวิจัยฉบับนี้ได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากทุนงบประมาณแผ่นดิน ปีงบประมาณ 2549 จำนวน 350,000 บาท
ABSTRACT
This research was attempted to study wastewater treatment efficiency of a researcher Appropriate Wastewater Treatment System for Extension Secondary Schools in Bangkok(AWTS) on eight parameters, and to study efficiency of laboratory directions on wastewater treatment .
To achieve the attests, the AWTS was earlier developed and installed of canteen’s Puranavat School Bangkok. The AWTS, capable of treating 23.8 m3 of wastewater per day, was operated from February 5 to March 3, 2007.
The wastewater treated by the AWTS was found Acceptable by the Ministry of Science Technology and Environment of Thailand 1994. on the eight parameters. The figures were 7.40 mg/l, 12.45 mg/l, 72.63 mg/l and 7.64 mg/l for pH, , BOD, COD, Suspended Solids and Oil and Grease respectively.
The laboratory directions on wastewater treatment efficiency of IC 0.7 at the level higher than the 0.5 criteria
Keyword : wastewater treatment for school; wastewater treatment for canteen; environmental learning resource
ภูมิหลัง
ในปัจจุบันการขยายตัวของชุมชนในเขตกรุงเทพมหานครได้ก่อให้เกิดปัญหาการเสื่อมคุณภาพของน้ำในแหล่งน้ำต่างๆ เนื่องจากการเพิ่มจำนวนของประชากรอย่างรวดเร็วทำให้ปริมาณการใช้น้ำในการประกอบกิจกรรมต่างๆ เพิ่มมากขึ้น ปริมาณของเสียที่ปนมากับน้ำซึ่งจะต้องกำจัดมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้คุณภาพน้ำในแม่น้ำรวมถึงคูคลองต่างๆ ในเขตกรุงเทพมหานครเสื่อมโทรมลงตามลำดับ สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดมลภาวะทางน้ำ (Water Pollution) มีหลายประการ เช่น น้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม น้ำเสียจากเกษตรกรรม น้ำเสียจากกองขยะและน้ำเสียจากแหล่งชุมชนต่างๆ น้ำเสียเหล่านี้จะถูกระบายลงสู่ลำคลองต่างๆ โดยตรงซึ่งสัดส่วนของปริมาณความสกปรกในรูปสารอินทรีย์ของน้ำเสียจากแหล่งชุมชนส่งผลกระทบต่อความเสื่อมโทรมของแหล่งน้ำเป็นสัดส่วนร้อยละ 70 เมื่อเทียบกับน้ำเสียที่ปล่อยจากโรงงานอุตสาหกรรม (สำนักงานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ. 2543 : 28) และสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดความสกปรกในรูปของสารอินทรีย์มากที่สุดคือ การระบายน้ำทิ้งจากกิจกรรมต่าง ๆ ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร อันได้แก่ กิจกรรมภัตตาคาร ร้านอาหาร โรงพยาบาล โรงแรม หอพัก และความสกปรกจากบ้านพักอาศัยอีกประมาณ 78,182 กก.บีโอดี/วัน หรือร้อยละ 54.10 ของปริมาณความสกปรกทั้งหมดที่ระบายลงสู่คูคลองต่างๆ ในเขตกรุงเทพมหานคร
โรงเรียนและสถานศึกษาทั่วไป นับว่าเป็นแหล่งสำคัญที่ก่อให้เกิดความสกปรกในรูปของสารอินทรีย์ได้อย่างมาก โดยเฉพาะบริเวณโรงอาหารจัดว่าเป็นสถานที่ที่ทำกิจกรรมเกี่ยวกับการใช้น้ำในการชำระล้างค่อนข้างมาก จากการสำรวจของกรมควบคุมมลพิษพบว่า น้ำทิ้งจากโรงอาหารจะมีค่าบีโอดีเฉลี่ย ประมาณ 110 - 400 มิลลิกรัม/ลิตร และในน้ำทิ้งดังกล่าวมีไขมันสะสมอยู่โดยเฉลี่ยประมาณ 50 -150 มิลลิกรัม/ลิตร (กรมควบคุมมลพิษ.2545.23) ซึ่งจัดว่ามีค่าค่อนข้างสูงและเมื่อปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติแล้วจะส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำมาก เนื่องจากคราบไขมันจะลอยเคลือบอยู่บริเวณหน้าผิวน้ำ ส่งผลให้แสงแดดส่องลงไปในน้ำได้ในระดับต่ำทำให้สิ่งมีชีวิตประเภทสาหร่ายเซลล์เดียว ซึ่งเป็นผู้ผลิตในห่วงโซ่อาหารไม่สามารถสังเคราะห์แสงได้ ทำให้จำนวนสาหร่ายเหล่านั้นมีปริมาณลดลงและส่งผลให้ระบบนิเวศเสียสมดุลอีกด้วย นอกจากนั้นคราบน้ำมันที่ลอยเคลือบอยู่บริเวณผิวน้ำยังส่งผลให้ออกซิเจนในอากาศไม่สามารถละลายลงไปในน้ำได้ ทำให้ค่าดีโอ (Dissolved oxygen) ของน้ำมีปริมาณลดลง สิ่งมีชีวิตประเภทสัตว์น้ำจะเกิดสภาวะขาดออกซิเจนและต้องเสียชีวิตลงในที่สุด ส่งผลให้แหล่งน้ำเกิดการเน่าเสียต่อไป
ดังนั้นบทความนี้ผู้เขียนจะขอนำเสนอแนวทางการบริหารและจัดการน้ำเสียจากโรงอาหารของสถานศึกษา โดยจะนำเสนอรูปแบบ วิธีการสร้างระบบบำบัดน้ำเสียให้มีประสิทธิภาพในการบำบัดน้ำเสียให้เป็นไปตามค่ามาตรฐานทิ้งจากอาคารบ้านเรือน กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2537 ให้มีราคาถูก และสามารถใช้เป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องการบำบัดน้ำเสียสำหรับนักเรียนและผู้สนใจโดยทั่วไปได้ ซึ่งรูปแบบระบบบำบัดน้ำเสียที่ผู้เขียนจะนำเสนอต่อไปนี้ ได้จากการวิจัยและพัฒนาเพื่อหารูปแบบที่เหมาะสม ตามผลการวิจัยเรื่อง “ระบบบำบัดน้ำเสียที่เหมาะสมในสถานศึกษา : แหล่งเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมศึกษาสำหรับโรงเรียนขยายโอกาส สังกัดกรุงเทพมหานคร “ โดยได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากทุนงบประมาณแผ่นดินปี 2549 การวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้ทำการพัฒนาระบบบำบัดน้ำเสียที่เหมาะสมสำหรับบำบัดน้ำเสียจากโรงอาหารของ โรงเรียนวัดปุรณาวาส เขตทวีวัฒนา กทม. มีจำนวนนักเรียนประมาณ 1,500 คน จากการศึกษาพบว่าระบบบำบัดน้ำเสียที่เหมาะสมที่จะใช้ในการบำบัดน้ำเสียในสถานศึกษา ควรเป็นระบบบำบัดน้ำเสียด้วยวิธีการทางชีวภาพแบบไม่ใช้ออกซิเจน ชนิดถังหมักแบบใช้ตัวกลาง (Anaerobic Filter) ซึ่งจัดว่าเป็นระบบบำบัดที่มีประสิทธิภาพในการบำบัดสูง ประหยัดพลังงาน ประหยัดพื้นที่การก่อสร้าง ต้นทุนการก่อสร้างต่ำและสามารถพัฒนาระบบบำบัดดังกล่าวให้เป็นแหล่งเรียนรู้ เรื่องการบำบัดน้ำเสียสำหรับนักเรียน ในโอกาสต่อไปได้ จากการศึกษาเบื้องต้นพบว่าปริมาณน้ำทิ้งเฉลี่ยที่ผู้ใช้โรงอาหารแต่ละคนใช้มีค่าเท่ากับ 23.8 ลิตร ซึ่งข้อมูลในส่วนนี้หาได้จากปริมาณน้ำประปาที่ใช้ในช่วงเวลาเริ่มประกอบอาหารจนเสร็จสิ้นกระบวนการล้างภาชนะ ( อ่านจากมิเตอร์น้ำแล้วนำมาหาค่าเฉลี่ย)
หลักการทำงานและรายละเอียดในการออกแบบระบบบำบัดน้ำเสียที่พัฒนาขึ้น
ระบบบำบัดน้ำเสียที่พัฒนาขึ้นเป็นระบบบำบัดน้ำเสียแบบถังกรองไร้อากาศ (Anaerobic Filter) โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อใช้บำบัดน้ำเสียจากโรงอาหารและใช้เป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องการบำบัดน้ำเสียแบบไม่ใช้ออกซิเจน (Anaerobic Treatment System)โดยแบบระบบบำบัดน้ำเสียที่จะนำเสนอจะเป็นการออกแบบระบบบำบัดสำหรับโรงอาหารโรงเรียนวัดปุรณาวาส ซึ่งมีจำนวนผู้ใช้โรงอาหารประมาณ 1,500 คน โดยผู้เขียนจะอธิบายวิธีนำแบบระบบบำบัดไปประยุกต์ใช้ควบคู่ไป สำหรับระบบบำบัดน้ำเสียดังกล่าวประกอบด้วย
ส่วนที่ 1 บ่อดักไขมัน ( Grease Trap) เป็นส่วนที่รับน้ำเสียจากโรงอาหารมาทำการบำบัดทางกายภาพ โดยจะทำหน้าที่แยกไขมันที่ปะปนมากับน้ำให้ลอยอยู่เหนือผิวน้ำ และเมื่อไขมันมีปริมาณมากก็สามารถตักออกจากบ่อเพื่อนำมาแปรรูปโดยการนำมาต้มกับโซเดียมไฮดรอกไซด์หรือโซดาไฟและสมุนไพรดับกลิ่น เช่นตะไคร้เป็นสบู่เหลวเพื่อใช้ทำความสะอาดพื้นต่อไป การทำงานของบ่อดักไขมันจะใช้หลักการที่ไขมันมีน้ำหนักเบากว่าน้ำจะลอยอยู่เหนือน้ำ และจะปล่อยให้น้ำที่อยู่ด้านล่างไหลลอดเข้าสู่ระบบบำบัดในส่วนต่อไปวิธีการออกแบบควรออกแบบให้น้ำไหลมากักเก็บในบ่อนี้เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมงเพื่อมีเวลาให้ไขมันลอยตัวอยู่บนผิวน้ำได้หมด วิธีการคำนวณถ้ามีผู้ใช้โรงอาหาร 15,00 คนจะออกแบบบ่อดักไขมันที่มีปริมาตร 1500 x 23.8 = 35,700 ลิตรหรือ 35.70 m3 โดยเวลาที่น้ำไหลเข้าสู่ระบบบำบัดมากจะเริ่มตั้งแต่เวลา 10.00 – 14.00 น. รวมเวลาทั้งหมด 4 ชั่วโมง เฉลี่ยชั่วโมงละ 8.92 m3 ดังนั้นควรออกแบบบ่อดักไขมันให้มีปริมาตรไม่น้อยกว่า 8.92 m3 จากแบบที่ผู้เขียนนำเสนอนี้จะออกแบบปริมาตรของบ่อดักไขมันให้มีปริมาตร 11.96 m3 โดยขนาดที่ออกแบบมีความกว้าง X ความยาว X ความสูง = 2.00 X 2.60 X 2.30 m. โดยการออกแบบต้องเว้นช่องด้านล่างให้ห่างจากพื้นบ่อ 0.20 m. เพื่อให้น้ำไหลลอดผ่านเข้าสู่ระบบบำบัดต่อไป อีกประการหนึ่งการออกแบบบ่อดักไขมันจะออกแบบให้เชื่อมต่อกับระบบบำบัดน้ำเสียแบบถังกรองไร้อากาศ (Anaerobic Filter)เพื่อเป็นการประหยัดผนังรายละเอียดดังภาพประกอบ 1
ไขมัน
ส่วนที่ 5 ส่วนที่ 4 ส่วนที่ 3 ส่วนที่ 2 ส่วนที่1บ่อดักไขมัน
ภาพประกอบ 1 แสดงลักษณะด้านข้างของระบบบำบัดน้ำเสียแบบถังกรองไร้อากาศ
ส่วนที่ 2 - ส่วนที่ 5 เป็นระบบบำบัดน้ำเสียแบบถังกรองไร้อากาศ แบ่งเป็น 4 ส่วนแต่ละส่วนจะมี ความกว้าง X ความยาว X ความสูง = 2.00 X 2.60 X 2.30 m. มีปริมาตรรวมเท่ากับ 47.84 m3 วิธีการคิดปริมาตรบ่อจะต้องให้น้ำเสียกักเก็บอยู่ภายในบ่อบำบัดไม่น้อยกว่า 1 วัน คำนวณจาก ผู้เข้ามาใช้โรงอาหารก่อให้เกิดน้ำเสีย 23.8 ลิตร/คน/วัน ดังนั้น 1 วัน ถ้ามีผู้เข้ามาใช้โรงอาหาร 1,500 คน จะมีน้ำเข้าสู่ระบบบำบัด 23.8 x 1,500 = 35,700 ลิตร หรือ 35.70 m3 ดังนั้นต้องออกแบบบ่อให้มีปริมาตรไม่น้อยกว่า 35.70 m3 แต่จากการวิจัยได้ออกแบบไว้ 47.84 m3 โดยความกว้างของบ่อควรกว้างไม่เกิน 3.0 m. ความยาวของบ่อในแต่ละช่องควรมีความยาวอยู่ระหว่าง 2.0- 2.5 m.ความลึกควรลึกไม่เกิน 3.0 m. เนื่องจากถ้าบ่อมีความลึกมากจะเป็นอุปสรรคต่อการก่อสร้าง ดังนั้นการออกแบบขนาดบ่อบำบัดให้ได้ตามปริมาตรที่คำนวณจึงต้องสำรวจพื้นที่ที่จะทำการก่อสร้างให้เหมาะสมด้วย
นอกจากนี้ต้องคำนวณการใช้เสาเข็มเพื่อช่วยรับน้ำหนักตามความเหมาะสมของพื้นที่ที่จะก่อสร้างด้วย เมื่อก่อสร้างบ่อบำบัดเสร็จแล้วภายในบ่อบำบัดต้องบรรจุขวดพลาสติกที่ตัดหัวและท้ายขวด เพื่อใช้ทำตัวกลาง (Media) ให้แบคทีเรียที่ไม่ต้องการออกซิเจน ( Anaerobic Bacteria) ยึดเกาะ เนื่องจากแบคทีเรียดังกล่าวจะช่วยทำหน้าที่ย่อยสลายสารอินทรีย์ในน้ำ และทำให้จำนวนแบคทีเรียไม่มีปริมาณลดลงโดยการไหลปะปนไปกับน้ำทิ้ง ขวดพลาสติกที่นำมาใช้เป็นตัวกลางควรเป็นขวดบรรจุน้ำดื่มปริมาตร 650 ml ชนิดสีขาวขุ่นเนื่องจากผิวขวดจะหยาบแบคทีเรียจะยึดเกาะได้ดี จากผลการวิจัยการใส่ตัวกลางขวดพลาสติกจะใส่ในอัตรา ปริมาตรขวดพลาสติก : ปริมาตรบ่อบำบัด มีค่า 1 : 4 โดยปริมาตรบ่อบำบัด 4 ส่วนมีค่า 8.00 X 2.60 X 2.30 = 47.84 m3 ดังนั้นต้องใช้ตัวกลาง 47.84 / 4 = 11.96 m3 หรือประมาณ 12 m3 หรือช่องละ 3 m3 จากนั้นปล่อยน้ำเสียเข้าสู่ระบบและนำจุลินทรี้ที่ผู้เขียนพัฒนาขึ้นมาใส่ในระบบบำบัดเพื่อทำการ set up ระบบ โดยจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์จุลินทรี้จะเกาะเป็นแผ่นบาง ๆ รอบภายในตัวกลางได้ทั่ว ประสิทธิภาพการบำบัดจะอยู่ในระดับสูงสุด
ภาพประกอบ 2 แสดงขวดที่นักเรียนโรงเรียนวัดปุรณาวาสตัดเพื่อใช้ทำตัวกลาง
ขั้นตอนการทำงานของระบบบำบัดน้ำเสีย
ขั้นตอนการทำงานของระบบบำบัดน้ำเสียแบบถังกรองไร้อากาศ (Anaerobic Filter) มีรายละเอียดดังนี้
1. นำน้ำที่ผ่านการดักไขมันแล้วจากส่วนที่ 1ให้ไหลลอดเข้าสู่ระบบบำบัดส่วนที่ 2 แบคทีเรียที่ยึดเกาะอยู่กับตัวกลางจะทำหน้าที่ย่อยสลายสารอินทรีย์ให้มีปริมาณลดลง จากนั้นน้ำจะล้นผ่านไปยังส่วนที่ 3
2. น้ำเสียเมื่อไหลมาอยู่ส่วนที่ 3 จะถูกแบคทีเรียที่ยึดเกาะอยู่กับตัวกลาง ซึ่งจะทำหน้าที่ย่อยสลายสารอินทรีย์ให้มีปริมาณลดลงอีกจากนั้นน้ำจะลอดผ่านไปยังส่วนที่ 4 จากนั้นจึงล้นไปยังส่วนที่ 5 ต่อไป โดยน้ำที่ผ่านการบำบัดจนถึงส่วนที่ 5 แล้วจะมีคุณภาพดี เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานน้ำทิ้งที่กำหนด
3. นำน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วไปใช้รดต้นไม้หรือปล่อยลงแหล่งน้ำธรรมชาติต่อไป รายละเอียดการไหลของน้ำเป็นดังภาพประกอบ 1
ภาพแสดงขั้นตอนการสร้างระบบบำบัดน้ำเสีย
ภาพประกอบ 4 แสดงการเทคานเมื่อตอกเสาเข็มแล้ว
ภาพประกอบ 5 แสดงการเทพื้นบ่อบำบัด
ช่องน้ำลอดทำด้วยอิฐบล็อกกันสาด
ภาพประกอบ 6 แสดงการก่อฉาบผนัง
ภาพประกอบ 7 แสดงการเทคานบน
ช่องน้ำล้นทำด้วยอิฐบล็อกกันสาด
ภาพประกอบ 8 แสดงระบบบำบัดน้ำเสียที่สร้างเสร็จก่อนปิดฝาระบบด้วยแผ่นคอนกรีตสำเร็จ
ภาพประกอบ 9 แสดงระบบบำบัดน้ำเสียที่สร้างเสร็จปิดฝาระบบด้วยแผ่นคอนกรีตสำเร็จ
ภาพประกอบ 10 แสดงตัวกลางจากขวดพลาสติกที่นำมาใส่ในระบบบำบัดน้ำเสียพร้อมทั้งใส่หัวเชื้อจุลินทรีย์ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นเพื่อทำการ Start up ระบบบำบัดให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
ภาพประกอบ 11 แสดงการใส่เชื้อจุลินทรีย์ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นจำนวน 10 ลิตร
ตาราง 1 แสดงวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการสร้างระบบบำบัดน้ำเสียตามแบบที่นำเสนอ
|
รายการ |
จำนวน |
รายการ |
จำนวน |
|
1.อิฐบล็อก |
840 ก้อน |
9. ตะปู 3 นิ้ว |
5 kg |
|
2. หินผสมปูน |
6 m3 |
10.ตะปู 2.5 นิ้ว |
5 kg |
|
3. ทรายหยาบ |
10 m3 |
11. ลวดเหล็ก |
5 kg |
|
4. เหล็ก 2 หุน |
20 เส้น |
12.เสาเข็มหกเหลี่ยมขนาด 6 นิ้ว |
12 ต้น |
|
5. เหล็ก 4 หุน |
20 เส้น |
13.ไม้ขนาด 2x1x2 ม. |
80 ท่อน |
|
6.ปูนซีเมนต์ |
70 ถุง |
14.ไม้แบบขนาด 10 x 1 x 5 ม. |
10 แผ่น |
|
7. ทรายละเอียด |
2 m3 |
15.ไม้แบบขนาด 10 x 1 x 2.5 ม. |
15 แผ่น |
|
8.เหล็กวายเมต |
1 ม้วน |
16. แผ่นคอนกรีตสำเร็จขนาด 0.35 x 2.6 ม. |
28 แผ่น |
ค่าวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างทั้งหมด 46,580 บาท ค่าแรงงานในการก่อสร้างทั้งหมด 32,000 บาท ดังนั้นราคาโดยรวมที่ใช้ในการก่อสร้างน่าจะมีราคาประมาณ 78,580 บาท
ตาราง 2 แสดงประสิทธิภาพในเชิงการบำบัดโดยภาพรวมของระบบบำบัดน้ำเสีย
|
พารามิเตอร์ |
น้ำก่อนการบำบัด |
น้ำหลังการบำบัด |
*ค่ามาตรฐาน |
ประสิทธิภาพการบำบัด(%) |
|
pH |
6.9 |
7.4 |
5-9 |
- |
|
BOD (mg/l) |
154.82 |
12.45 |
ไม่เกิน 30 |
91.95 |
|
COD (mg/l) |
359.35 |
72.63 |
ไม่เกิน 120 |
79.78 |
|
สารแขวนลอย(mg/l) |
70.38 |
25.75 |
ไม่เกิน 40 |
63.41 |
|
น้ำมันและไขมัน (mg/l) |
47.62 |
7.64 |
ไม่เกิน 20 |
83.95 |
*ค่ามาตรฐานน้ำทิ้งจากอาคารบ้านเรือนประเภท ข. กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2537
(1) (2)
ภาพประกอบ 12 แสดงลักษณะน้ำก่อนการบำบัด (1)และหลังการบำบัด(2)
สรุป
การนำหลักการดังกล่าวไปสร้างระบบบำบัดน้ำเสียเพื่อใช้ภายในโรงอาหารของสถานศึกษาต้องศึกษาข้อมูลพื้นฐานของน้ำเสียจากโรงอาหารภายในสถานศึกษาก่อนคือ (1) ต้องศึกษาปริมาณน้ำเสียทั้งหมดที่ใช้ในโรงอาหารว่ามีปริมาณเท่าใด เพื่อนำไปใช้ในการคำนวณปริมาตรบ่อบำบัดตามที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น (2) ค่าบีโอดี ของน้ำเสียก่อนการบำบัดถ้าค่าบีโอดีสูงกว่า 300 mg/l จะทำให้ภาระการบำบัดสูง ต้องหาทางลด บีโอดี หรือปริมาณสารอินทรีย์ที่จะเข้าสู่ระบบบำบัด โดยวิธีแยกเศษอาหารจากภาชนะบรรจุก่อนนำไปล้างจากข้อมูลที่ได้ศึกษาจากกรณีโรงเรียนวัดปุรณาวาส พบว่า ถ้าไม่แยกเศษอาหารออกเมื่อนำภาชนะไปล้างทันที น้ำเข้าระบบบำบัดจะมีค่าบีโอดีเฉลี่ยประมาณ 327.37 mg/l ถ้าแยกเศษอาหารออกน้ำที่เข้าสู่ระบบบำบัดจะมีค่าบีโอดีเฉลี่ยประมาณ 154.82 mg/l ทำให้ภาระการบำบัดลดลงมาก ส่งผลให้น้ำที่ผ่านการบำบัดมีคุณภาพดี สำหรับเศษอาหารที่แยกแล้วสามารถนำไปใช้เลี้ยงหมู เลี้ยงปลา หรือทำปุ๋ยชีวภาพได้อย่างดี
นอกจากนี้ระบบบำบัดน้ำเสียที่สร้างเสร็จแล้วควรจัดทำแผนภาพแสดงรูปแบบระบบบำบัด และหลักการทำงานของระบบบำบัดติดไว้ด้วย เพื่อใช้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับผู้สนใจในโอกาสต่อไป
ภาพประกอบ 13 แผนภาพแสดงรายละเอียดหลักการทำงานของระบบบำบัดน้ำเสีย
ที่โรงเรียนวัดปุรณาวาสเพื่อให้นักเรียนได้ใช้ศึกษาตั้งอยู่ติดกับระบบบำบัดน้ำเสีย
สุดท้ายท่านผู้อ่านบทความนี้แล้วมีความสนใจจะนำความรู้ดังกล่าวไปจัดสร้างระบบบำบัดน้ำเสียจากโรงอาหาร หรือร้านอาหารที่ตนเองรับผิดชอบอยู่ถ้ามีข้อสงสัยใด ๆ สามารถสอบถามผู้เขียนได้จากเบอร์โทรศัพท์ 081-6187228 โดยผู้เขียนยินดีให้คำแนะนำและบริจาคเชื้อจุลินทรีย์ที่ใช้ในระบบบำบัดน้ำเสียให้ทุกหน่วยงานที่ขอมาด้วยความยินดีอย่างยิ่ง
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม. (2537.1 กุมภาพันธ์). ราชกิจจานุเบกษาฉบับ
ประกาศทั่วไป เล่ม 11 ตอนพิเศษ 9. เรื่องกำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้ง จาก
อาคารบางประเภทและขนาด.
กรมควบคุมมลพิษ. (2545). น้ำเสียชุมชนและระบบบำบัดน้ำเสีย. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภา.
กองจัดการคุณภาพน้ำ กรมควบคุมมลพิษ. (2545). น้ำเสียชุมชนและระบบบำบัดน้ำเสีย.
กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภา.
คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ, สำนักงาน (2543). แนวทางการบริหารและการจัดการน้ำเสีย
ชุมชน. กรุงเทพฯ : กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม
สนอง ทองปาน ( 2547) การพัฒนาระบบบำบัดน้ำเสียที่เหมาะสมของโรงชำแหละสุกร สหกรณ์ผู้ค้าสุกรชำแหละกรุงเทพมหานคร รายงานการวิจัย สาขาการมัธยมศึกษากลุ่มการสอนสิ่งแวดล้อม คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
------------------( 2545) การพัฒนาระบบบำบัดน้ำเสียที่เหมาะสมสำหรับเรือโรงแรม รายงานการวิจัย คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม.
------------------(2550) ระบบบำบัดน้ำเสียที่เหมาะสมในสถานศึกษา : แหล่งเรียนรู้ด้าน
สิ่งแวดล้อมศึกษาสำหรับโรงเรียนขยายโอกาส สังกัดกรุงเทพมหานคร รายงานการวิจัย
สาขาการมัธยมศึกษากลุ่มการสอนสิ่งแวดล้อม คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
เสริมพล รัตนสุข และไชยยุทธ กลิ่นสุคนธ์. (2525). การกำจัดน้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรมแหล่ง
ชุมชน. กรุงเทพฯ: สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ประยุกต์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย.
APHA; AWWA; & WPCF. (1989). Standard method of the examination of water and
wastewater.
Pretorius, W.A. (1971). Anaerobic Disestion of Raw Sewage. Water Res. 5: 681-687
--------------------------


หน้าแรก
ข้อมูลทั่วไป
เครือข่าย รพ.สต.>>
บุคลากร>>
ติดต่อเรา
นโยบายรัฐฯด้านส.ธ.
เบิกค่ารักษาพยาบาล
มะเร็งปากมดลูก53
ใบเบิกค่าเล่าเรียน
ข่าวนครสวรรค์
คัดกรอง NCD>>
ข้อมูลโรคเฝ้าระวัง
ร.ร.ส่งเสริมสุขภาพ
รายงานพลังงาน
ตรวจสอบสิทธิ์
นวัตกรรมสุขภาพ
งานวิจัยสาธารณสุข
ทดสอบความเร็วเน็ต
ตำนานปากน้ำโพ
สนง.ประสาน รพ.สต.
ข่าวสารJHCIS>>
ซื้อ,จ้างภาครัฐ( e-GP)
สถิติโลกน่าสนใจ
รับ - ส่ง email
พยากรณ์อากาศ
สอบถามระยะทาง
ค้นงานวิจัย
ตรวจหวยทุกชนิด
รายงานโรค(506)